“เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡
ปวดเข่าห้ามกินอะไร ? แจกคำแนะนำ พร้อม 5 อาหารเสริมบำรุงกระดูก !
โรคข้อเข่าเสื่อมนั้นเป็นต้นเหตุของอาการปวดเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคข้ออักเสบจากการสึกหรอ เป็นภาวะที่ชิ้นส่วนกันกระแทกตามธรรมชาติหรือกระดูกอ่อน ระหว่างข้อต่อสึกหรอไป ทำให้กระดูกของข้อต่อเสียดสีกันมากขึ้น โดยที่กระดูกอ่อนดูดซับแรงกระแทกได้น้อยลง ผลการเสียดสีส่งผลให้เกิดอาการปวดบวมตึง จนทำให้ความสามารถในการขยับเข่าลดลง แล้วปวดเข่ามากขึ้น ในบทความนี้จะมาแนะนำรู้ถึงสาเหตุของการปวดเข่า ปวดเข่าห้ามกินอะไร อาหารใดที่ควรกินสำหรับผู้ปวดเข่า รวมถึงแนะนำอาหารเสริมที่ช่วยเรื่องปวดเข่า ข้อมูลสำคัญๆ และช่องทางการจำหน่าย
ทำไมปวดเข่า ? ปวดเข่าห้ามกินอะไร ? และปวดเข่าต้องกินอะไร ?
เกร็ดสุขภาพ : ส่วนใหญ่จะพบอาการปวดเข่าในผู้สูงวัย ดังนั้น อายุจึงเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่ง คนเราเกือบทุกคนจะพัฒนาอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมขึ้นมาในระดับหนึ่งเสมอ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นอีกหลายประการที่ไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ ได้แก่ กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ข้อเข่า กรรมพันธุ์ การบาดเจ็บ การติดเชื้อ และน้ำหนักตัวมากเกิน นอกจากนี้ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย รวมถึงหมอนรองกระดูกทับเส้นด้วย
อาหาร 8 ชนิดเป็นข้อห้ามสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
อาหาร 8 ชนิดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการอักเสบที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม มาดูกันว่าปวดเข่าห้ามกินอะไร
• น้ำตาล
น้ำตาลถูกนำไปที่เติมในอาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น ขนมอบ เครื่องดื่มที่มีรสหวาน ลูกอม เครื่องปรุงรสเช่น ซอสบาร์บีคิวก็มีน้ำตาลปะปนอยู่มาก น้ำตาลจึงเป็นสิ่งแรกของปวดเข่าห้ามกินอะไร เพราะผลการวิจัยได้เชื่อมโยงการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไปกับการอักเสบที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปสร้างโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพข้อต่ออีกด้วย
• เกลือ
เกลือเป็นส่วนสำคัญของอาหารเพื่อสุขภาพเพราะช่วยรักษาสมดุลของของเหลวโดยการดึงน้ำเข้าไปและกักเก็บของเหลวไว้ แต่เกลือเป็นอาหารต้องห้ามของปวดเข่าห้ามกินอะไร เพราะเมื่อบริโภคเกลือมากเกินไป ของเหลวส่วนเกินจะถูกกักไว้ซึ่งอาจทำให้ข้อต่ออักเสบและบวมเพิ่มขึ้น
• ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเกี่ยวข้องกับการอักเสบที่เพิ่มขึ้น อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ได้แก่ เนย เนื้อแดง เนื้อสัตว์แปรรูป ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันเต็ม อาหารจานด่วน อาหารทอด คือสิ่งที่ปวดเข่าห้ามกินอะไร ส่วนกรดไขมันทรานส์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัส รสชาติ และอายุการเก็บรักษาของอาหารนั้น จะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีและมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอักเสบของร่างกาย
• คาร์โบไฮเดรตขัดขาว
ในระหว่างการขัดขาว ใยอาหารและสารอาหารหลายชนิดถูกกำจัดออกจากเมล็ดธัญพืช ดังนั้นคุณค่าทางโภชนาการส่วนใหญ่จึงมาจากแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ซึ่งย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายกว่า ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นและเป็นอาหารที่คนปวดเข่าห้ามกินอะไร ตัวอย่างของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตขัดขาว เช่น ธัญพืชอาหารเช้า ขนมอบ ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำตาล เกลือ และไขมัน
• กรดไขมันโอเมก้า 6
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 2 ชนิดในอาหาร ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งแต่ละชนิดมีผลต่อร่างกายต่างกัน กรดไขมันโอเมก้า 3 มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในขณะที่กรดไขมันโอเมก้า 6 มีส่วนช่วยในการอักเสบจึงเป็นอาหารที่คนปวดเข่าห้ามกินอะไร แหล่งของโอเมก้า 6 ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันคาโนลา เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ถั่ว และเมล็ดพืช
• ผลิตภัณฑ์นม
ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันเต็มจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงและเกี่ยวข้องกับระดับการอักเสบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงครีมและเนยด้วย ผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด เช่น ไอศกรีม และนมช็อกโกแลตก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน การรวมกันของไขมันและน้ำตาลสูงทำให้ผลิตภัณฑ์นมประเภทนี้เป็นอาหารอีกชนิดที่คนปวดเข่าห้ามกินอะไรเพราะจะก่ออาการอักเสบมากขึ้น
• แอลกอฮอล์
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณอย่างต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับการอักเสบของอวัยวะและทำร้ายร่างกายผู้ดื่มเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นคนปวดเข่าห้ามกินอะไร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นอาหารต้องห้ามอีกชนิดหนึ่ง และหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีน้ำตาลสูง ก็จะเพิ่มการอักเสบมากขึ้นด้วย
• ผงชูรส
โมโนโซเดียมกลูตาเมตหรือผงชูรสเป็นสารเคมีที่ใช้ปรุงแต่งรส มักใช้ในอาหารหลากหลายชนิด มีงานวิจัยบางชิ้นได้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ระหว่างผงชูรสกับผลกระทบด้านสุขภาพเชิงลบ เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ และการอักเสบ สำหรับคนปวดเข่าห้ามกินอะไร ให้จำกัดผงชูรสในอาหารเพื่อควบคุมการอักเสบของเข่า
อาหาร 8 ชนิดที่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
การเปลี่ยนแปลงอาหารสามารถช่วยรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ ซึ่งรวมถึงความเจ็บปวด อาการตึง และอาการบวม การบริโภคอาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงสูตรอาหารบำรุงกระดูก สามารถช่วยป้องกันความเสียหายต่อข้อต่อได้
• ปลาติดมัน
ปลาหลายชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมควรรับประทานปลาที่มีน้ำมันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ปลาดังกล่าว ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
• น้ำมันพืชบางชนิด
น้ำมันพืชบางชนิดสามารถลดการอักเสบได้ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษมีโอลีโอแคนทัลในระดับสูง ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) รวมถึงน้ำมันจากอะโวคาโดและดอกคำฝอยก็เป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพและอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลได้
• โยเกิร์ตและเนยแข็ง
โยเกิร์ตและเนยแข็งอุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดี จึงเป็นอาหารเสริมบำรุงกระดูกได้ดีเพราะสารอาหารเหล่านี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งช่วยให้อาการเจ็บปวดบรรเทาลง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากนมดังกล่าวยังมีโปรตีนที่สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ผู้ที่ปวดเข่าและต้องการควบคุมน้ำหนักสามารถใช้เป็นตัวเลือกได้
• ผักใบเขียวเข้ม
ผักใบเขียวเข้มอุดมไปด้วยวิตามินดีและสารเคมีพืชที่ต่อสู้กับความเครียดและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยวิตามินดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมและยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ ผักใบเขียวเข้ม ได้แก่ ผักโขม ผักคะน้า ผักชาร์ดกระหล่ำปลี
• บรอกโคลี
บรอกโคลีมีสารประกอบที่เรียกว่า ซัลโฟราเฟน ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าสามารถชะลอการลุกลามของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินซี และแคลเซียมที่เสริมสร้างกระดูก
• ชาเขียว
ชาเขียวมีสารโพลีฟีนอลสูง โพลีฟีนอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสามารถลดการอักเสบและชะลออัตราความเสียหายของกระดูกอ่อนได้
• กระเทียม
สารประกอบที่เรียกว่า ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ ที่เกิดขึ้นในกระเทียมสามารถยับยั้งการเอนไซม์ในร่างกายที่ทำลายกระดูกอ่อนได้
• ถั่วและนัท
ถั่วและนัทมีประโยชน์ต่อหัวใจและยังมีมีแคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี วิตามินอี และใยอาหารสูง นอกจากนี้กรดอัลฟาไลโนเลนิก (ALA) ในอาหารนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
แนะนำวิตามิน-อาหารเสริม
นอกเหนือจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงอาหารที่คนปวดเข่าห้ามกินอะไรแล้ว วิตามิน-อาหารเสริมบำรุงกระดูกก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีอาการปวดเข่า
1. อาหารเสริมบำรุงเข่าข้อ AstaGlucan
อาหารเสริมนี้นำเอาสุดยอดสารอาหาร 2 ชนิดมารวมกันคือ แอนต้าแซนทิน และเบต้ากลูแคน แล้วบรรจุลงในแคปซูลลิแคป (Licaps) แอสต้ากลูแคนจึงเสริมภูมิต้านทาน ต้านการอักเสบภายใน บำรุงข้อต่อ ลดความเสื่อมของข้อต่อ ลดอาการปวดตามข้อ ฟื้นฟูการทำงานของข้อ รวมถึงบำรุงสายตา ป้องกันและฟื้นฟูจอตาที่เสื่อม บรรเทาอาการตาแห้ง ตาพร่า แสบตา และวุ้นในตาเสื่อม
วิธีกิน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเย็น
ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด/กระปุก
ราคาโดยประมาณ : 1,350 บาท
2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียม แอล-ทรีโอเนท ของ OVOCAL
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ประกอบด้วย แคลเซียม แอล-ทรีโอเนท 950 มก. ผงไข่ขาว 500 มก. สารสกัดจากสตรอเบอร์รี่ 40 มก. สารสกัดจากเมล็ดงา 10 มก. และอื่นๆ 50 มก. โดยมีน้ำหนักสุทธิต่อ 1 เม็ดคือ 1,550 มก. เมื่อเทียบกับแคลเซียมคาร์บอเนตในผลิตภัณฑ์อื่นๆ แล้ว แคลเซียม แอล-ทรีโอเนท ใน OVOCAL จะแตกต่างกันชัดเจน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานเสริมสร้างกระดูกได้ดีกว่า 9 เท่า และละลายในน้ำได้ดี กินแล้วปราศจากอาการท้องอืด ท้องผูก และไม่สะสมจนก่อให้เกิดนิ่ว จึงปลอดภัยเมื่อทานต่อเนื่องระยะยาว หากเริ่มมีเสียงในบางท่าของการเคลื่อนไหวข้อเข่า การรับประทาน OVOCAL จะไปช่วยเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อเข่า ทำให้การเสียดสีดังกล่าวลดลง เสียงก๊อบแก๊บจึงลดลงไปด้วย
วิธีกิน : วันละ 1 เม็ด เพื่อการป้องกัน หรือถ้าปวดจนเดินไม่ไหวให้กินวันละ 3 เม็ด หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น ต่อเนื่องจนอาการปวดหายแล้ว จึงลดลงเหลือวันละ 1 เม็ด
ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด/กล่อง
ราคาโดยประมาณ : 1,750 บาท
3. แอสโตรฟอร์ต คอมเพล็กซ์
แอสโตรฟอร์ต คอมเพล็กซ์ มีส่วนผสมของ glucosamine sulfate 750 มก. และ chondroitin sulfate Na 600 มก. ตามปกติสารหล่อลื่นให้ข้อเข่าทำงานได้ดี จะประกอบด้วย glucosamine sulfate เป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่หุ้มรอบส่วนปลายของข้อกระดูก และกระตุ้นการสังเคราะห์สารโปรติโอไกลแคนอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบในโครงสร้างกระดูกอ่อน ส่วน chondroitin เป็นส่วนประกอบอีกชนิดหนึ่งในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ทำหน้าที่สังเคราะห์เนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ลดการสร้างเอนไซม์ที่ทำลายกระดูกอ่อน และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
วิธีกิน : วันละ 2 ซอง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร 15 นาที
ขนาดบรรจุ : 30 ซอง/กล่อง
ราคาโดยประมาณ : 730 บาท
4. ไวอาทริล เอส
ไวอาทริล เอส อาหารเสริมบำรุงกระดูก มีส่วนประกอบสำคัญคือ Glucosamine Sulfate 1,500 มก. เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเสื่อมอักเสบ ปัญหาปวดข้อรูมาตอยด์ เสริมสร้างการสร้างกระดูกอ่อน ช่วยการหล่อลื่นข้อ ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก โดยเพิ่มความหนืดของน้ำเลี้ยงข้อและเพิ่มการผลิตน้ำเลี้ยงข้อเข่า
วิธีกิน : ละลายน้ำดื่มวันละ 1 ซอง ก่อนอาหารเช้า 15 นาที ควรกินต่อเนื่องนาน 1-6 เดือน จึงจะประสบความสำเร็จในการรักษา
ขนาดบรรจุ : 30 ซอง/กล่อง
ราคาโดยประมาณ : 1,031 บาท
5. เฟล็กซ์ซา 1500 ของ MEGA WE CARE
เฟล็กซ์ซา 1500 เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยเฉพาะ เสริมสร้างข้อต่อให้แข็งแรง ช่วยให้การเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้น รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้น้ำไขข้อมีความหล่อลื่นขึ้น ทำให้ข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น ลดอาการปวด ส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารเสริมบำรุงกระดูกยี่ห้อนี้ ได้แก่คริสตัลไลน์ กลูโคซามีน ซัลเฟต โปตัสเซียม คลอไรด์ เทียบเท่า กลูโคซามีน ซัลเฟต 1,500 มิลลิกรัม
วิธีกิน : วันละ 1 ซอง โดยผสมน้ำ 1 แก้ว กินพร้อมอาหาร และใช้ต่อเนื่อง อย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป
ขนาดบรรจุ : 31 ซอง/กล่อง
ราคาโดยประมาณ : 885 บาท
ถึงแม้ว่าอาการปวดเข่าจะมีสาเหตุหลักๆ มาจากอายุที่เพิ่มมาขึ้น แต่การได้ทราบว่าปวดเข่าห้ามกินอะไรนั้น ก็จะช่วยให้อาการปวดเข่าอันเนื่องมาจากโรคข้อเข่าเสื่อมทุเลาลงได้ระดับหนึ่ง หรือลองท่าบริหารเข่าเสื่อม ตลอดจนการใช้อาหารเสริมเพื่อช่วยดูแลข้อเข่าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีอาหารเสริมหลายหลายยี่ห้อที่ให้คุณสมบัติในการรักษาได้แตกต่างกันตามระดับของอาการปวดข้อเข่าอีกด้วย
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : mayoclinic.org, medicalnewstoday.com, verywellhealth.com
Featured Image Credit : freepik.com/psodaz
ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ