“เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡

เกลือชมพู สรรพคุณ ดีกว่าเกลือทั่วไป จริงหรอ ? มาหาคำตอบกัน !
เกลือหิมาลายัน หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าเกลือชมพู เป็นเกลือชนิดหนึ่งที่มีสีชมพูตามธรรมชาติและขุดได้ใกล้เทือกเขาหิมาลัยในปากีสถาน ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุและให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง ทำให้หลายคนนิยมบริโภคเกลือชมพูกันมากขึ้น เพราะสามารถนำไปปรุงในอาหารได้เหมือนเกลือธรรมดาทั่วไป ทั้งนี้ เกลือโดยทั่วไปจะประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายได้หากบริโภคมากเกินไป ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใช้เกลือหิมาลายันสีชมพูแทนเกลือธรรมดามากขึ้น และ เกลือชมพู สรรพคุณ มีอะไรบ้าง ? เราได้รวบรวมมาฝากกันแล้วค่ะ
ชวนรู้จัก เกลือชมพู สรรพคุณ ดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง ?
เกลือชมพูจะสกัดด้วยมือและผ่านกรรมวิธีน้อยเพื่อให้ได้เกลือธรรมชาติที่ไม่ผ่านการกลั่นซึ่งปราศจากสารปรุงแต่ง ทำให้มีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเกลือแกง และเช่นเดียวกับเกลือแกง เกลือชมพูส่วนใหญ่ประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์ แต่กระบวนการตามธรรมชาติทำให้เกลือหิมาลายันสีชมพูนั้นมีแร่ธาตุมาก รวมถึงแร่ธาตุบางชนิดที่ไม่พบในเกลือแกงทั่วไป และเกลือชมพู ประโยชน์จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย
1. มีแร่ธาตุมากมาย
เกลือชมพู สรรพคุณที่สำคัญอย่างแรกคือ เกลือสีชมพูมีแร่ธาตุ 84 ชนิดซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกายมนุษย์ ทั้งในการบำรุงกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบไหลเวียนโลหิต การใช้เกลือชมพูในการปรุงอาหารแทนเกลือธรรมดาก็เป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่ง่ายโดยเฉพาะในหมู่คนรักสุขภาพ หรือในคนที่ทำอาหารคลีนกินเอง
2. สามารถใช้แทนเครื่องดื่ม sports drinks ได้
เกลือชมพูประกอบด้วยโซเดียมคลอไรด์ 85% และโพแทสเซียม 15% รวมถึงแคลเซียม แมกนีเซียม และไบคาร์บอเนต ซึ่งเป็นแร่ธาตุเดียวกับที่พบในน้ำแร่ เราจึงสามารถนำเอาเกลือชมพูผสมกับน้ำดื่มได้ เพื่อทดแทนการดื่มน้ำแร่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลและสารกันบูดที่มากับเครื่องดื่มเกลือแร่ ซึ่งนับว่าเป็นสรรพคุณ เกลือชมพูที่จะช่วยให้ร่างกายของเราไม่ขาดเกลือแร่ โดยเฉพาะในคนที่ออกกำลังกายด้วยค่ะ
เกร็ดสุขภาพ : การเติมเกลือสีชมพูลงในมื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจะช่วยทำให้ในร่างกายมีน้ำอย่างสมดุลและช่วยป้องกันการขาดน้ำได้ เพราะร่างกายของผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยจะมีน้ำประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราไม่ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยประมาณ 2 ลิตรต่อวัน ร่างกายของเราจะรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเราเหงื่อออกหรือออกกำลังกาย เพราะร่างกายจะสูญเสียแร่ธาตุหรืออิเล็กโทรไลต์ การดื่มน้ำที่มีเกลือชมพูซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลังออกกำลังกาย จะสามารถช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนกลับมาได้ อาจใส่ในเครื่องดื่มสุขภาพที่ผสมเมล็ดเจียก็จะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น เพราะ chia seed คือธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นเดียวกันค่ะ
3. ลดภาวะเลือดเป็นกรด
การมีกรดในร่างกายมากเกินไปจะส่งผลต่อสุขภาพของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นอนุมูลอิสระ กระดูกพรุน นิ่ว หรือแม้แต่การมีน้ำหนักเพิ่ม และเกลือชมพู สรรพคุณนั้น จะสามารถช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดได้ โดยสามารถผสมน้ำดื่มแทนเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือนำไปปรุงอาหารต่างๆ ก็ดีเช่นกัน
4. โซเดียมน้อยกว่า
เนื่องจากเกลือสีชมพูมักมีผลึกขนาดใหญ่กว่าเกลือแกง ในทางเทคนิคจึงมีโซเดียมน้อยกว่าในปริมาณต่อช้อนชา นอกจากนี้ ยังมีรสเค็มกว่าเกลือแกงซึ่งหมายความว่าเราจะใช้เกลือในปริมาณน้อยลงสำหรับการปรุงอาหารเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมือนกัน ซึ่งจะทำให้เราได้รับปริมาณโซเดียมที่น้อยกว่าไปด้วย แต่ถ้าหากเป็นเกลือชมพูแบบบดที่มีขนาดเม็ดเล็กกว่า จะมีลักษณะใกล้เคียงกับเกลือทั่วไป จึงควรใส่ในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อไม่ให้โซเดียมมากจนเกินไปค่ะ
5. ช่วยลดความดันโลหิต
เกลือแกงจะมีโซเดียมที่มากกว่าเกลือชมพู หากเราเปลี่ยนจากการใช้เกลือแกงเป็นเกลือชมพู ร่างกายก็จะได้รับโซเดียมน้อยลง และไม่ต้องใช้น้ำมากในการขับโซเดียมส่วนเกินออกไปจากร่างกาย และไม่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงจากการได้รับโซเดียมที่มากเกินไปด้วย นอกจากนี้ ไอโอดีนธรรมชาติในเกลือชมพู มีประสิทธิภาพมากในการช่วยให้ร่างกายของเราสร้างสมดุลของแร่ธาตุต่างๆ ช่วยให้ลำไส้ของเราดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น นับว่าเกลือชมพู สรรพคุณดีต่อร่างกายมากๆ เลยค่ะ
เกร็ดสุขภาพ : เกลือชมพู สรรพคุณต่างๆ นอกจากจะดีต่อสุขภาพของเราแล้วนั้น ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกด้วย คือช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและขจัดสารพิษออกจากผิวหนัง เพียงแช่น้ำอุ่นผสมเกลือชมพูจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ และยังช่วยขจัดสารพิษออกจากผิวหนัง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นอีกด้วยค่ะ หรือจะนำเอาเกลือชมพูมาขัดผิวก็ได้ เพราะเกลือชมพู ประโยชน์ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติได้ดีเยี่ยม เพียงผสมผลึกเกลือกับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวแล้วสครับผิวเบาๆ เพื่อผิวที่เนียนนุ่มยิ่งขึ้นค่ะ
วิธีการกินเกลือชมพูให้ได้รับประโยชน์แบบเต็มๆ
เกลือชมพู ประโยชน์หลากหลายอย่าง ทั้งนำไปใส่ในอาหารและเครื่องดื่ม โดยทั่วไปเราสามารถปรุงอาหารต่างๆ ด้วยเกลือชมพูเหมือนกับที่ทำกับเกลือแกงทั่วไปได้เลย เช่น ใส่ในข้าวต้มแซลมอนเพื่อปรุงรส หรือจะใส่ในซอสและหมักเนื้อสัตว์ หรือเพิ่มลงในอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วก็ได้ แต่แนะนำให้ปรุงหรือใส่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเกลือชมพูมีความเค็มสูง และยังคงมีปริมาณโซเดียมเช่นเดียวกับเกลือทั่วไป แม้สรรพคุณ เกลือชมพูต่อสุขภาพจะมีมาก แต่ก็ต้องบริโภคอย่างระมัดระวัง
ข้อควรระวังในการใช้เกลือชมพูปรุงอาหาร
เมื่อใดก็ตามที่เราตวงเกลือชนิดใดๆ ตามปริมาตร สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาว่าเกลือนั้นบดละเอียดเพียงใด เราอาจต้องใช้เกลือหยาบในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ความเค็มเท่ากับเกลือบดละเอียด และอาจส่งผลทำให้มีปริมาณโซเดียมที่ต่างกันด้วย เช่น เกลือบดละเอียด 1 ช้อนชา อาจมีโซเดียมประมาณ 2,300 มิลลิกรัม ในขณะที่เกลือหยาบ 1 ช้อนชา อาจมีโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัม ซึ่งแนวทางการบริโภคอาหารในปัจจุบันแพทย์ได้แนะนำให้ผู้ใหญ่บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน เท่ากับเกลือบดละเอียดประมาณ 1 ช้อนชา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเลือกใช้เกลือชมพูในการปรุงอาหารนั้น ควรตรวจสอบฉลากโภชนาการที่มีข้อมูลปริมาณโซเดียมบ่งบอกก่อนใช้ เนื่องจากปริมาณโซเดียมอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และจะได้ใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไปค่ะ
แม้ว่าเกลือชมพู สรรพคุณจะมีมากมาย สามารถนำมาบริโภคก็ได้ หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ ก็ดี แต่อย่าลืมว่าเกลือแกงก็เป็นแหล่งอาหารหลักของไอโอดีนด้วย ดังนั้น หากเปลี่ยนมาบริโภคเกลือชมพูกันเพื่อสุขภาพที่ดีแล้วนั้น เราจะต้องได้รับไอโอดีนจากแหล่งอาหารอื่นๆ แทนเกลือแกงด้วยนะคะ เช่น สาหร่ายทะเล ผลิตภัณฑ์จากนมและปลา เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการขาดสารไอโอดีนในร่างกายของเราด้วยค่ะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : webmd.com, healthyhumanlife.com, medicalnewstoday.com, healthline.com
Featured Image Credit : vecteezy.com/Seksak Kerdkanno
ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ