“เพื่อสุขภาพ” ชุมชนสุขภาพ เรื่องราวตรงใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย รุ่นไหนก็รัก ♡
ต่อมทอมซิลอักเสบ มีอาการแบบไหน ? พร้อมแนะนำวิธีดูแลตนเองก่อนไปพบแพทย์
ต่อมทอนซิลของเรานั้นจะทำหน้าที่เป็นตัวกรอง ที่คอยดักจับเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่ทางเดินหายใจและทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ต่อมทอนซิลของเรายังสร้างแอนติบอดี้เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่บางครั้งก็เต็มไปด้วยแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งจะทำให้คอบวมและอักเสบได้ จนหลายคนอาจเกิดความเข้าใจว่าเป็นคอพอก ซึ่งจริงๆ แล้วคอพอกเกิดจากการขยายตัวที่ผิดปกติของต่อมไทรอยด์ จะไม่เกี่ยวกับต่อมทอนซิล แล้วอาการคอบวมที่ว่านี้นั้นเกิดจากอะไร ? ต่อมทอมซิลอักเสบ มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อรู้และเข้าใจในโรค เราจะพาทุกคนไปรู้จักกันค่ะ
ต่อมทอมซิลอักเสบ คืออะไร ? มีอาการแบบไหน ต้องไปพบหมอหรือไม่ ?
ต่อมทอนซิล เป็นต่อมน้ำเหลืองสองต่อมที่อยู่บริเวณด้านหลังคอของคุณแต่ละข้าง ทำหน้าที่เป็นกลไกการป้องกันและช่วยป้องกันร่างกายของคุณจากการติดเชื้อ เมื่อต่อมทอนซิลติดเชื้อ จะเรียกว่าต่อมทอมซิลอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยและเป็นความเจ็บป่วยในวัยเด็กที่พบบ่อย มักพบในเด็กตั้งแต่วัยก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่นตอนกลาง อาการต่างๆ ได้แก่ เจ็บคอ ทอมซิลเป็นหนอง ต่อมทอนซิลบวม และมีไข้
เกร็ดสุขภาพ : การป้องกันทอนซิลอักเสบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นทอนซิลอักเสบ ให้อยู่ห่างจากผู้ที่มีการติดเชื้อ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณและบุตรหลานของคุณมีนิสัยด้านสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสกับผู้ที่มีอาการเจ็บคอ ไอ หรือจาม ก็จะเป็นการป้องกันตนเองได้ค่ะ
อาการต่อมทอมซิลอักเสบ
ต่อมทอมซิลอักเสบนั้นมี 3 ประเภท ได้แก่ เฉียบพลัน เรื้อรัง และกำเริบ และอาการที่เป็นไปได้คือ มีอาการเจ็บคอมาก รู้สึกลำบากหรือปวดขณะกลืน น้ำเสียงแหบพร่า มีกลิ่นปาก มีไข้ หนาวสั่น นอกจากนี้อาจมีอาการปวดหู ปวดท้อง ปวดหัว คอเคล็ด ปวดกรามและคอจากต่อมน้ำเหลืองบวม ทอมซิลเป็นหนอง มีต่อมทอนซิลที่บวมแดงหรือมีจุดขาวหรือเหลือง ส่วนอาการอื่นๆ คือ อาจสังเกตเห็นความหงุดหงิดเพิ่มขึ้น ไม่มีความอยากอาหาร หรือน้ำลายไหลมากเกินไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าสาเหตุของกลิ่นปากส่วนหนึ่งอาจมาจากทอนซิลอักเสบก็ได้เช่นกัน
ในขณะที่ทอนซิลอักเสบเฉียบพลันจะพบได้บ่อยในเด็ก และหากมีอาการดังกล่าวข้างต้นประมาณ 10 วันหรือน้อยกว่านั้น ให้ถือว่ากำลังเป็นทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน หากมีอาการนานขึ้นหรือหากอาการกลับมาหลายครั้งในระหว่างปี อาจเป็นทอนซิลอักเสบเรื้อรังหรือเป็นซ้ำได้ ซึ่งจะมีแนวโน้มดีขึ้นด้วยการรักษาที่บ้าน แต่ในบางกรณีอาจต้องรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น ยาปฏิชีวนะ
การรักษาต่อมทอมซิลอักเสบ
กรณีที่ไม่รุนแรงของทอนซิลอักเสบไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดจากไวรัส เช่น เป็นหวัดน้ำมูกไหลหรือมีไข้ ส่วนการรักษาทอนซิลอักเสบที่รุนแรงขึ้นมีวิธีรักษา ดังนี้
- หากมีการขาดน้ำเนื่องจากทอนซิลอักเสบ อาจต้องให้ของเหลวทางหลอดเลือดดำ และยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ
- การผ่าตัดต่อมทอนซิล การผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกเรียกว่า Tonsillectomy โดยทั่วไปแนะนำเฉพาะผู้ที่มีอาการต่อมทอมซิลอักเสบเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ หรือในกรณีที่ทอมซิลเป็นหนองและอักเสบและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการไม่ดีขึ้น หากคุณมีทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบอย่างน้อย 5 ถึง 7 ครั้งในหนึ่งปี การตัดทอนซิลออกจะสามารถช่วยได้ เพราะการผ่าตัดยังสามารถบรรเทาปัญหาการหายใจหรือการกลืนลำบากที่เกิดจากทอนซิลอักเสบได้ด้วย นอกจากนี้การผ่าตัดอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคคออักเสบได้ เพราะสามารถติดเชื้อสเตรปโธรทและคอหอยอื่นๆ ได้หลังจากที่ตัดทอนซิลออกแล้ว
- ใช้ยาปฏิชีวนะ หากการติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดทอนซิลอักเสบ แพทย์สามารถสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อได้ ยาปฏิชีวนะอาจช่วยให้อาการของคุณหายเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยาเหล่านี้ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยาและอาจมีผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น ปวดท้อง และสิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างครบถ้วน แม้ว่าอาการของคุณจะหายแล้ว เพราะการติดเชื้ออาจแย่ลงได้ถ้าคุณไม่กินยาให้ครบตามที่กำหนด
การดูแลตนเองที่บ้าน
มีการรักษาหลายวิธีที่เราสามารถลองทำเองที่บ้านเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอจากต่อมทอมซิลอักเสบได้ ดังนี้
- ดื่มน้ำเยอะๆ
- นอนพักผ่อนเยอะๆ
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ วันละหลายๆ ครั้ง
- กินไอศกรีมหรืออาหารแช่แข็งอื่นๆ
- ใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อทำให้อากาศในบ้านชื้นขึ้น
- หลีกเลี่ยงฝุ่นและควัน
- กินยาอะเซตามิโนเฟน หรือไอบูโพรเฟน เพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ
แม้ว่าทอนซิลอักเสบพบได้บ่อยในเด็ก เนื่องจากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่นทุกวันที่โรงเรียน ทำให้เกิดไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นทอนซิลอักเสบได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับหลายๆ คนอาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นได้
เกร็ดสุขภาพ : ภาวะแทรกซ้อนของทอนซิลอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ ผู้ที่มีอาการทอนซิลอักเสบเรื้อรังอาจเริ่มมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจบวมและมีการอุดกั้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ได้หากไม่ได้รับการรักษา นอกจากนี้การติดเชื้ออาจจะแย่ลงและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ด้วย หากคุณไม่ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างครบถ้วน หรือยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นซึ่งรวมถึงไข้รูมาติกและโรคไตอักเสบ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
คุณควรไปพบแพทย์หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ มีไข้สูงกว่า 39.5 องศาเซลเซียส รู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนแรง คอตึง มีอาการเจ็บคอที่ไม่หายไปภายใน 2 วัน เพราะในบางกรณีทอมซิลอักเสบอาจทำให้คอบวมมากจนทำให้หายใจลำบาก หากเป็นเช่นนี้ ให้ไปพบแพทย์ทันที เพราะแม้ว่าทอนซิลอักเสบบางครั้งจะหายไปเอง แต่บางรายอาจต้องรักษา
หลังจากที่เราได้รู้จักกับต่อมทอมซิลอักเสบกันไปแล้ว ก็คงจะได้รู้ถึงวิธีในการดูแลตัวเองและรักษาเบื้องต้น รวมถึงการรักษาโดยแพทย์ในกรณีที่มีอาการอักเสบที่รุนแรง โดยปกติอาการมักจะหายไปภายใน 7 ถึง 10 วัน แต่ถ้าหากนานกว่านั้นแนะนำให้รีบไปพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : healthline.com, mayoclinic.org, webmd.com
ติดตามเราได้ที่ … เฟสบุ๊ค : เกร็ดสุขภาพ